ในวงการสกินแคร์ นาทีนี้คงไม่มีส่วนผสมไหนมาแรงไปกว่า “เรตินอล” อีกแล้ว เพราะถูกยกย่องว่าเป็นสารมหัศจรรย์ที่จัดการปัญหาผิวได้ครอบจักรวาล ตั้งแต่ปัญหาสิว ริ้วรอย ไปจนถึงผิวหมองคล้ำ แต่ในความดีงามนั้น ก็มีความเสี่ยงที่มือใหม่หลายคนต้องกุมขมับ เพราะหากใช้ผิดวิธีจากหน้าใสอาจกลายเป็นหน้าพังเพราะสิวเห่อหรือระคายเคืองได้ บทความนี้ The Loft Clinic จะพาไปทำความรู้จักกันให้ชัด ๆ ว่าเรตินอล คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และวิธีเริ่มต้นใช้ที่ถูกต้อง เพื่อให้ผิวสวยใสแบบปลอดภัย
เรตินอล (Retinol) คืออะไร?
เรตินอล คือ อนุพันธ์รูปแบบหนึ่งของวิตามินเอ (Vitamin A) จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Retinoids ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีงานวิจัยรองรับทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูสภาพผิว โดยกลไกการทำงานหลักของเรตินอลไม่ได้เป็นเพียงแค่การผลัดเซลล์ผิวชั้นบนเหมือนกรดผลไม้ (AHA/BHA) เท่านั้น แต่ยังสามารถซึมลึกเช้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวในระดับยีน (Gene Expression) ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมาแทนที่
รู้จักประโยชน์ของเรตินอล ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ทำไมใคร ๆ ก็เชียร์ให้ใช้เรตินอล? นั่นเพราะส่วนผสมนี้เปรียบเสมือนฮีโร่ที่ช่วยกู้ผิวเสียได้รอบด้าน ดังนี้
กระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก
หนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่สุดของเรตินอล คือความสามารถในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ทำให้โครงสร้างผิวมีความหนาแน่นและยืดหยุ่นขึ้น ช่วยเติมเต็มริ้วรอยตื้น ๆ ให้จางหาย และช่วยให้ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
จัดการสิวอุดตันและกระชับรูขุมขน
สำหรับคนที่เป็นสิวง่าย เรตินอลจะช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดความมันส่วนเกิน และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ให้ไปอุดตันรูขุมขน จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ดีเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวหน้าดูละเอียดเนียนใส
ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับผิวหน้าให้เรียบเนียน
เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออก เม็ดสีเมลานินส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของจุดด่างดำ รอยสิว และฝ้ากระ ก็จะหลุดออกไปด้วย ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น และช่วยปรับผิวที่ไม่เรียบเนียนให้กลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัส
ภาวะสิวเห่อจากการใช้เรตินอลคืออะไร? แพ้หรือแค่ดันสิว?
สิ่งที่ทำให้มือใหม่ถอดใจจากการใช้ครีมเรตินอลมากที่สุด คือภาวะ “สิวเห่อ” หรือ Skin Purging ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
- การดันสิว (Purging): เกิดจากการที่เรตินอลไปเร่งวงจรการผลัดเซลล์ผิว ทำให้สิวอุดตันที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว (Microcomedone) ถูกดันขึ้นมาเป็นหัวสิวพร้อมกันทีเดียว มักเกิดในบริเวณที่เป็นสิวอยู่แล้ว และจะหายไปเองเมื่อผิวปรับสภาพได้
- การแพ้ (Breakout/Irritation): จะมีอาการแสบ แดง คัน ลอกเป็นขุยรุนแรง หรือมีผื่นผดขึ้นในบริเวณที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อน หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์
มือใหม่หัดใช้! วิธีใช้เรตินอล เริ่มต้นอย่างไรไม่ให้หน้าพัง

การใช้ครีมเรตินอลให้เห็นผลและปลอดภัย ต้องอาศัย “ความใจเย็น” และเริ่มอย่างถูกวิธี
ใช้เรตินอลเข้มข้นต่ำ
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำ ๆ ไว้ก่อน เช่น 0.1% – 0.3% เพื่อให้ผิวค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคย (Retinization) โดยเริ่มทาเพียงสัปดาห์ละ 2-3 วัน ในช่วงกลางคืนเท่านั้น เมื่อผิวเริ่มชินและไม่ระคายเคือง จึงค่อย ๆ เพิ่มความถี่เป็นวันเว้นวัน หรือทุกวัน
ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนและหลังลงเรตินอล
เทคนิคนี้เรียกว่า “Sandwich Method” คือการลงมอยส์เจอไรเซอร์ชั้นแรกก่อน แล้วตามด้วยเรตินอล จากนั้นปิดท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยเป็นเกราะป้องกันผิว ลดการระคายเคือง อาการแห้ง แดง ลอก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพของยามากนัก
เรตินอล ห้ามใช้คู่กับอะไรบ้าง?
ในช่วงที่เริ่มใช้เรตินอล ควรงดใช้ร่วมกับสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวอื่น ๆ เพื่อป้องกันผิวระคายเคืองซ้ำซ้อน สิ่งที่ควรเลี่ยง หรือแยกเวลาใช้ (เช่น ทาคนละวัน) ได้แก่
- AHA / BHA: กรดผลไม้และกรดซาลิไซลิก เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและไวต่อแสง
- Vitamin C: หากผิวไม่แข็งแรงจริง ไม่แนะนำให้ทาพร้อมกัน เพราะอาจเกิดการระคายเคืองสูง
- สครับผิว: งดการขัดหน้าหรือสครับผิวแรง ๆ ในช่วงที่ใช้เรตินอล
ใครบ้างที่ไม่ควรใช้เรตินอล?
แม้เรตินอลจะดีแค่ไหน แต่ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะกลุ่มคนต่อไปนี้ที่ “ห้ามใช้” เด็ดขาด ได้แก่
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร: วิตามินเอความเข้มข้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์จนถึงขั้นพิการได้
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก (Rosacea / Eczema): ผิวอาจระคายเคืองรุนแรงจนผิวอักเสบ
The Loft Clinic แนะนำทางเลือกสำหรับคนที่แพ้เรตินอลแต่อยากมีผิวสวย
ทางเลือกที่ปลอดภัยและเห็นผลไวกว่าจาก The Loft Clinic สำหรับใครที่ใจร้อนอยากเห็นผลลัพธ์เรื่องผิวใสและลดริ้วรอยที่รวดเร็วกว่าการทาครีม หรือเป็นคนผิวบอบบางที่ลองใช้เรตินอลแล้วระคายเคือง ไม่ไหวจะเคลียร์กับอาการผิวลอก The Loft Clinic ขอแนะนำ 3 หัตถการตัวท็อปที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดยิ่งกว่า
- โปรแกรม Pico Laser : โปรแกรม Pico Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ช่วยระเบิดเม็ดสีได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ช่วยเคลียร์หน้าใส ลดเลือนรอยสิว ฝ้า กระ และช่วยกระชับรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียนได้รวดเร็วและเห็นผลชัดเจนกว่าการทาครีม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกู้ผิวใสแบบเร่งด่วน
- โปรแกรมการฉีดโบท็อกซ์ : หากเป้าหมายหลักคือการลดริ้วรอย โปรแกรมโบท็อกซ์คือทางลัดที่เห็นผลไวที่สุด โดยเฉพาะริ้วรอยจากการขยับ (เช่น ตีนกา รอยย่นหน้าผาก) ที่สกินแคร์อาจเอาไม่อยู่ การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนตึงกระชับขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
- โปรแกรม Ulthera Prime : สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อย การทำโปรแกรม Ulthera Prime จะช่วยส่งพลังงานลงลึกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิวระดับลึก (SMAS) ซึ่งให้ผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้ดีกว่าและยั่งยืนกว่าการทาเรตินอลเพียงอย่างเดียว
สรุปบทความ
สรุปแล้วเรตินอล คือสารบำรุงผิวที่ทรงประสิทธิภาพในการต้านริ้วรอยและรักษาสิว แต่ต้องแลกมาด้วยความอดทนและการใช้งานที่ถูกวิธี หากคุณเป็นมือใหม่ ควรเริ่มจากความเข้มข้นน้อย ๆ และเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเสมอ
แต่หากใครที่ไม่มั่นใจ กลัวหน้าพัง หรืออยู่ในกลุ่มที่ห้ามใช้ การเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ที่ The Loft Clinic เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและเลือกโปรแกรมรักษาที่เหมาะสม ก็เป็นทางออกที่ช่วยให้คุณมีผิวสวยใสได้อย่างสบายใจและปลอดภัยกว่า สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาพูดคุย ปรึกษากับคุณหมอก่อนได้ นัดคิวปรึกษาคุณหมอโทร. 098-236-2429
คำถามที่พบบ่อย
เรตินอล ทาตอนไหนดีที่สุด และทาทุกวันได้ไหม?
เรตินอลสลายตัวได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดด จึงควรทา “เฉพาะเวลากลางคืน” เท่านั้น และในช่วงแรกไม่ควรทาทุกวัน ให้เริ่มจากสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เมื่อผิวแข็งแรงแล้วจึงสามารถทาทุกคืนได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือตอนเช้าต้องทากันแดดให้ถึงปริมาณที่เหมาะสมเสมอ
คนท้องหรือให้นมบุตร ใช้เรตินอลได้ไหม?
ไม่ได้ เนื่องจากอนุพันธ์วิตามินเอสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่อพัฒนาการของทารกได้ หากต้องการดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้กลุ่ม Bakuchiol (ทางเลือกจากธรรมชาติ) หรือปรึกษาแพทย์ที่ The Loft Clinic เพื่อความปลอดภัย
หยุดใช้เรตินอลแล้วหน้าจะกลับมาเหี่ยว หรือสิวเห่อไหม?
การหยุดใช้ไม่ได้ทำให้หน้าแย่ลงทันที แต่กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจะกลับไปสู่ภาวะปกติ และผิวจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา หากหยุดใช้แล้วไม่ได้ดูแลต่อ ปัญหาเดิม ๆ อาจกลับมาได้ตามธรรมชาติ