ความรู้ทั่วไป, หัตถการฉีด

โปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้าคืออะไร? หน้าเรียวจริงไหม ข้อดี-ข้อเสีย

โบท็อกลิฟกรอบหน้า

ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย หรือมีเหนียงเล็กน้อย เป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคน ยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แรงโน้มถ่วงและกล้ามเนื้อคอที่ดึงรั้งลงทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับเหมือนเดิม การทำหัตถการอย่างการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าจึงเป็นทางเลือกยอดฮิตที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด บทความนี้ The Loft Clinic จะพาไปเจาะลึกว่าการลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกคืออะไร เหมาะกับใคร และคุ้มค่าแค่ไหน

เนื้อหาในบทความ

โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lifting) คืออะไร?

 โบท็อกลิฟกรอบหน้า

โปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือที่เรียกกันว่า Dermolift หรือ Nefertiti Lift คือเทคนิคการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เข้าไปบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนคอ (Platysma) ซึ่งปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้จะมีแรงดึงใบหน้าลงสู่ด้านล่าง เมื่อเราฉีดโบท็อกเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ แรงดึงลงจะลดลง ทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนดึงใบหน้าขึ้นได้ดีกว่า ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณกรอบหน้าดูยกกระชับขึ้น เห็นสันกรามชัดเจนขึ้น และช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวยมีมิติมากขึ้น

ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำลิฟกรอบหน้า

ก่อนตัดสินใจทำสวย เราต้องรู้ข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงใจที่สุด

ข้อดีของการลิฟกรอบหน้า

  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ไว: หลังจากฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความตึงกระชับได้ภายใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรเเกรมโบทอกซ์ เเต่ละยี้ห้อที่มีระยะเวลาการออฤทธิ์ต่างกัน  และจะเห็นผลลัพธ์กรอบหน้าชัดเจนเต็มที่ในช่วง 2 สัปดาห์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้หน้าเร่งด่วน เช่น เจ้าสาวเตรียมงานแต่ง หรือต้องไปออกงานสำคัญ
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น: เป็นหัตถการที่ใช้เวลาทำเพียง 10-15 นาที หลังทำไม่มีแผลเป็น ไม่บวมช้ำเหมือนการผ่าตัด สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ
  • ให้ผลลัพธ์ที่เเลดูธรรมชาติ: การลิฟกรอบหน้าช่วยยกกระชับโดยไม่ทำให้โครงหน้าผิดรูป ใบหน้าจะดูสดใสขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น โดยที่ยังสามารถแสดงสีหน้ายิ้ม หัวเราะ ได้ตามปกติ ไม่ดูแข็งตึง
  • ราคาเข้าถึงง่าย: เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับอื่น ๆ เช่น Ulthera Prime หรือ Thermage FLX การฉีดโบท็อกถือว่ามีราคาที่ย่อมเยากว่ามาก แต่ให้ผลลัพธ์เรื่องความคมชัดของกรอบหน้าได้ดีเยี่ยม

ข้อเสียและข้อจำกัด

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร: เนื่องจากตัวยาโบท็อกจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จากการลิฟกรอบหน้าจึงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งสั้นกว่าการฉีดลดกรามเล็กน้อย เนื่องจากกล้ามเนื้อคอมีการขยับใช้งานตลอดเวลา จึงต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องเพื่อคงสภาพ
  • ไม่สามารถแก้ปัญหาไขมันหรือกระดูกได้: หากคุณมีปัญหาหน้าบานเพราะโครงสร้างกระดูกใหญ่ หรือมีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงเยอะมาก การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เห็นผลชัดเจน จำเป็นต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น เช่น เมโสแฟต หรือการร้อยไหม

เปรียบเทียบชัด ๆ โบท็อกลิฟกรอบหน้า VS โบท็อกกราม ต่างกันอย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่างสองโปรแกรมนี้ The Loft Clinic สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ โบท็อกลิฟกรอบหน้า โบท็อกลดกราม
ตำแหน่งที่ฉีด ฉีดบริเวณกรอบหน้าและลำคอ (ผิวชั้นตื้น) ฉีดที่กล้ามเนื้อกราม (Masseter) โดยตรง
วัตถุประสงค์ เพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กรอบหน้าชัด เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ให้หน้าเล็กลง
ผลลัพธ์ หน้าดูยกขึ้น มีสันกราม (Jawline) หน้าเรียวขึ้น โครงหน้าส่วนล่างเล็กลง
เหมาะกับใคร คนที่มีแก้มห้อย ผิวไม่กระชับ คนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ กัดฟันแล้วเป็นก้อน

Tip: เพื่อผลลัพธ์หน้าเรียวเป๊ะที่สุด แพทย์มักแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า?

ไม่ใช่ทุกคนที่ฉีดแล้วจะเห็นผลว้าวที่สุด การเช็กความเหมาะสมเบื้องต้นจะช่วยให้คุณประเมินตัวเองได้ว่าควรทำหัตถการนี้หรือไม่ กลุ่มที่เหมาะกับโปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า ได้แก่

  1. ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดเจน: ถ่ายรูปหันข้างแล้วไม่เห็นสันกราม หรือใบหน้าดูกลมกลืนไปกับลำคอ ซึ่งอาจเกิดจากผิวเริ่มหย่อนคล้อย
  2. ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย: เริ่มมีเนื้อแก้มย้อยลงมาเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ทำให้หน้าดูเหนื่อย ดูมีอายุ
  3. ผู้ที่มีเหนียงเล็กน้อย: การฉีดลิฟกรอบหน้าช่วยเก็บเหนียงและผิวใต้คางให้กระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
  4. ผู้ที่ต้องการหน้า V-Shape เร่งด่วน: ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน ภายในระยะเวลาสั้น ๆ
  5. ผู้ที่มีริ้วรอยลำคอ: คนที่มีเส้นที่คอ (Neck bands) หรือคอเหี่ยวย่น การฉีดโบท็อกเทคนิค Nefertiti Lift จะช่วยให้ผิวคอเรียบตึงขึ้นได้

ข้อควรระวัง: สำหรับคนที่มีไขมันแก้มเยอะมาก ๆ แนะนำให้ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันก่อน เพื่อให้การลิฟกรอบหน้าเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

โบท็อกลิฟกรอบหน้าใช้กี่ยูนิต

ปริมาณยูนิตที่ใช้ในการลิฟกรอบหน้าจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะใช้อยู่ที่ประมาณ 30-50 ยูนิต แพทย์จะเป็นผู้ประเมินกล้ามเนื้อก่อนฉีดทุกเคส

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าควรเลือกยี่ห้อไหนดี?

โบท็อกลิฟกรอบหน้า

ปัจจุบันมีโบท็อกหลายสัญชาติให้เลือก ทั้งเกาหลี (Nabota, Aestox), อเมริกา (Allergan), เยอรมัน (Xeomin) หรืออังกฤษ (Dysport) ซึ่งทุกยี่ห้อที่ The Loft Clinic เลือกใช้ ล้วนผ่าน อย. ไทย สามารถตรวจสอบได้ โดยตัวยาจากฝั่งอเมริกาและยุโรปมักจะมีความบริสุทธิ์สูง ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าเล็กน้อย แต่โบท็อกเกาหลีก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในราคาที่ประหยัดกว่า

    • Dysport (อังกฤษ) ขึ้นชื่อเรื่องโมเลกุลเล็กและการกระจายตัวยาได้กว้าง (Wide Spread) จึงเหมาะมากกับการฉีดเทคนิค Dermolift ที่ต้องการให้ยาครอบคลุมพื้นที่กรอบหน้าและลำคอได้เนียน ไม่เป็นก้อน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติสุด ๆ
    • Nabota (เกาหลี) โบท็อกเกาหลีพรีเมียมที่ผ่าน US FDA มีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์ไว เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว และมีความคุ้มค่าในเรื่องราคา
    • Allergan (อเมริกา) ตัวยามีความเสถียรและแม่นยำสูง กระจายตัวแคบ เหมาะสำหรับการลิฟแบบเจาะจงจุด เพื่อเก็บรายละเอียดกรอบหน้าให้เป๊ะ และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่ายี่ห้ออื่นเล็กน้อย
    • Aestox (เกาหลี) ตัวยาให้ผลลัพธ์ที่นิ่มนวล หน้าไม่แข็ง เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำครั้งแรก หรือชอบความเป็นธรรมชาติมาก ๆ
  • Xeomin (เยอรมันนี) โบท็อกโมเลกุลเล็กที่มีความบริสุทธิ์สูงที่ตัดโปรตีนไม่จำเป็นออก จึงช่วยลดความเสี่ยงการดื้อยาได้ดี ตัวยากระจายดี เหมาะการการฉีดริ้วรอย เพราะไม่ทำให้ตึงจนเกินไป

ขั้นตอนการฉีดโปรแกรมโบท็อก และการเตรียมตัวก่อน-หลัง

การเตรียมความพร้อมของร่างกายและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีทั้งก่อนและหลังทำ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดผลข้างเคียง เช่น อาการบวมช้ำ และช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นใจในทุกขั้นตอน The Loft Clinic ได้สรุปสิ่งที่ต้องรู้และควรปฏิบัติมาให้แล้ว

การเตรียมตัวฉีดโปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า

เพื่อให้การทำหัตถการราบรื่นและลดโอกาสเกิดรอยช้ำ ควรเตรียมตัวดังนี้

  • งดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า
  • งดการสผิวหน้า โกนขนหน้า หรือทำเลเซอร์บริเวณกรอบหน้า 2-3 วันก่อนทำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24 ชั่วโมงก่อนนัดหมาย เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

ขั้นตอนการตัวฉีดโปรแกรมโบท็อก

  • ประเมินรูปหน้า: แพทย์จะวิเคราะห์โครงหน้า กล้ามเนื้อ Platysma และปัญหาความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนจุดฉีดให้ตรงจุด (Customized Design)
  • ทำความสะอาดและแปะยาชา: เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้า และทำการแปะยาชาหรือประคบน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บระหว่างฉีด
  • ดำเนินการฉีด: แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ตามเทคนิคเฉพาะของ The Loft Clinic โดยใช้เวลาเพียง 10-15 นาที
  • ตรวจสอบความเรียบร้อย: หลังฉีดเสร็จ แพทย์จะตรวจสอบผิวและทายาลดรอยเข็มให้

หลังฉีดโปรแกรมโบท็อกดูแลตัวเองอย่างไร

  • ห้ามนอนราบ: ภายใน 3-4 ชั่วโมงแรก ห้ามนอนราบหรือก้มหัวต่ำ เพื่อป้องกันตัวยาไหลไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ต้องการ
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการทำซาวน่า, เลเซอร์, ทรีตเมนต์ร้อน, ตากแดดจัด หรือกินหมูกระทะหน้าเตาร้อน ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนจะทำให้โบท็อกสลายไวขึ้น
  • งดนวดหน้า: ห้ามกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ยากระจายผิดตำแหน่งจนหน้าเบี้ยวได้
  • ขยับกล้ามเนื้อ: ช่วง 1 ชั่วโมงแรก ให้พยายามขยับกล้ามเนื้อคอหรือยิ้มเบา ๆ เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าเซลล์ประสาทได้ดียิ่งขึ้น

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ราคาเท่าไหร่?

ราคาของการฉีดโปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้าจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อโบท็อกและปริมาณยูนิตที่ใช้ โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่หลักพันกลางๆ ไปจนถึงหลักหมื่น หากเป็นโบท็อกเกาหลีราคาจะย่อมเยากว่าโบท็อกอเมริกา แนะนำให้ทักเข้ามาปรึกษาและส่งรูปประเมินหน้ากับ The Loft Clinic เพื่อรับทราบราคาโปรโมชันที่แม่นยำที่สุด

เลือกฉีดโปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้าที่ The Loft Clinic ปลอดภัย ไม่เสี่ยงหน้าเบี้ยว

การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าต้องอาศัยแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการฉีดผิวชั้นตื้น หากฉีดผิดตำแหน่งอาจไปโดนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้ม ทำให้ปากเบี้ยวได้ ที่ The Loft Clinic เราดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์

  • แพทย์มากประสบการณ์: ดูแลโดยทีมแพทย์ที่เข้าใจด้านกายวิภาคบนใบหน้า มีเทคนิคการฉีดที่แม่นยำ หลบหลีกตำแหน่งเสี่ยง เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย
  • ยาแท้แกะกล่อง: เราใช้โบท็อกแท้ 100% ทุกขวด ลูกค้าสามารถเช็กเลข Lot. และ อย. ได้ด้วยตัวเองก่อนฉีดทุกครั้ง มั่นใจได้ว่าไม่มีของหิ้วหรือยาปลอม
  • การออกแบบเฉพาะบุคคล: เราไม่ได้ฉีดตามแพทเทิร์นเดียวกันทุกคน แต่แพทย์จะประเมินรูปหน้า Case by Case เพื่อแก้ปัญหาของแต่ละคนให้ตรงจุดที่สุด ให้คุณได้กรอบหน้าที่สวยเป๊ะในแบบที่เป็นตัวเอง

สรุปบทความ

โปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้าเป็นตัวช่วยที่รวดเร็วและเห็นผลชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการกรอบหน้าคมชัด ดูอ่อนกว่าวัย และแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้ยาแท้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ

หากใครกำลังมองหาโปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ดูแลโดยแพทย์ เน้นความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ The Loft Clinic เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปรับรูปหน้าให้คุณด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อก หรือใครที่สนใจหัตถการอื่น ๆ สามารถเข้ามาพูดคุย ปรึกษากับคุณหมอก่อนได้ นัดคิวปรึกษาคุณหมอโทร.  098-236-2429

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม?

เจ็บน้อยมาก ความรู้สึกจะคล้าย ๆ มดกัดจี๊ด ๆ หรือรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อยขณะเดินยา เนื่องจากเป็นการฉีดผิวชั้นตื้น (Dermolift) เข็มจึงไม่ลงลึกมาก และทางคลินิกมีการประคบเย็นช่วยบรรเทาความเจ็บให้ตลอดการทำ

โปรแกรมโบท็อกลิฟกรอบหน้า กับ ร้อยไหม หรือ Hifu ทำอันไหนดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากมีไขมันน้อยแต่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยและต้องการเห็นผลไว แนะนำ โบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือร้อยไหม แต่ถ้ามีแก้มเยอะ หรือต้องการการกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS แนะนำ Hifu หรือ Ultraformer จะตอบโจทย์กว่า ทั้งนี้สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด (โดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำแพทย์)

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า แล้วยิ้มปากเบี้ยว อันตรายไหม?

อาการยิ้มเบี้ยวเกิดจากตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อยิ้ม (Risorius) ซึ่งมักเกิดจากเทคนิคการฉีดที่ไม่แม่นยำ หรือการดูแลหลังฉีดที่ไม่ถูกต้อง ไม่อันตรายถึงชีวิตและจะหายเองได้ 100% เมื่อโบท็อกหมดฤทธิ์ แต่เพื่อป้องกันปัญหานี้ ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่ The Loft Clinic เท่านั้น

คนที่มีแก้มตอบ ทำลิฟกรอบหน้าได้ไหม?

ทำได้ และยิ่งควรทำ เพราะคนแก้มตอบมักจะมีปัญหากระดูกโครงหน้าชัดแต่เนื้อห้อย การทำลิฟกรอบหน้าจะช่วยเก็บเนื้อที่ห้อยบริเวณกรามให้กระชับขึ้น ทำให้หน้าดูเข้ารูปโดยไม่ทำให้แก้มตอบลงไปกว่าเดิม (ต่างจากการฉีดลดกรามที่อาจทำให้แก้มตอบมากขึ้น)

หลังฉีดลิฟกรอบหน้า แต่งหน้าหรือทาครีมได้ไหม?

สามารถทาครีมบำรุงและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังทำ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าใน ช่วง 24 ชั่วโมงเเรก ไม่ถูหรือนวดแรง ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ