หัตถการปรับสภาพผิว

โปรแกรม Pico Laser มีกี่แบบ เปรียบเทียบแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

โปรแกรม Pico Laser มีกี่แบบ

การดูแลผิวพรรณในปัจจุบันมีมากกว่าการทาสกินแคร์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะปัญหาผิวที่จัดการยากอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือหลุมสิว ทำให้หลายคนหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีเลเซอร์อย่างโปรแกรม Pico Laser มากขึ้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ปล่อยพลังงานความเร็วสูงในระดับหนึ่งในล้านล้านวินาที อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเดินเข้าคลินิกความงาม เรามักจะพบว่ามีเครื่องเลเซอร์หลายยี่ห้อจนเกิดคำถามว่า โปรแกรม pico laser มีกี่แบบ และแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้เราสามารถเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้แม่นยำที่สุด บทความนี้จะช่วยจำแนกความต่างของเครื่องแต่ละรุ่นให้เข้าใจง่าย

โปรแกรม Pico Laser มีกี่แบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

โปรแกรมเทคโนโลยี Picosecond Laser ถูกพัฒนาโดยหลายบริษัทชั้นนำระดับโลก ทำให้เกิดตัวเลือกที่หลากหลาย โดยคำถามที่ว่า โปรแกรม pico laser มีกี่แบบนั้น สามารถแบ่งตามยี่ห้อและผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (US FDA) ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและนวัตกรรมเฉพาะตัว ดังนี้

1. โปรแกรม Discovery Pico

โปรแกรม Discovery Pico ผลิตโดยบริษัท Quanta System จากอิตาลี เป็นเครื่องที่ขึ้นชื่อเรื่อง Peak Power หรือค่าพลังงานสูงสุดที่ปล่อยออกมาได้สูงมาก ทำให้สามารถแตกตัวเม็ดสีเมลานินให้ละเอียดเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นคือหัวยิง Fractional (Refixion) ที่ช่วยสร้างโพรงอากาศใต้ผิว (LIOB) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนได้ลึก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวที่รักษายาก รูขุมขนกว้าง และการลบรอยสักสีเข้มที่ฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. โปรแกรม PicoSure

โปรแกรม PicoSure นวัตกรรมจากบริษัท Cynosure สหรัฐอเมริกา ถือเป็นเครื่องกลุ่มโปรแกรม Picosecond รุ่นบุกเบิกที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยความยาวคลื่น 755 nm ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่เม็ดสีเมลานินดูดซับพลังงานได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคลื่นอื่น ทำให้เหมาะมากกับการรักษาปัญหาเม็ดสีโดยตรง เช่น กระ ฝ้า และจุดด่างดำ โดยส่งความร้อนสะสมไปยังเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย ช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้นพร้อมกับหัว Fractional Lens Array ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน

3. โปรแกรม PicoSure Pro

โปรแกรม PicoSure Pro เป็นการอัปเกรดประสิทธิภาพจากรุ่นเดิมให้ดียิ่งขึ้น โดยเพิ่มความสามารถในการปล่อยพลังงานที่เสถียรและรวดเร็วกว่าเดิม โปรแกรม PicoSure Pro ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับเม็ดสีที่ดื้อต่อการรักษา และช่วยปรับสภาพผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ดีขึ้น เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่เนียนละเอียดและต้องการความปลอดภัยสูงในการรักษาฝ้าในคนผิวเข้ม

4. โปรแกรม PicoPlus

โปรแกรม PicoPlus พัฒนาโดย Lutronic จากเกาหลีใต้ มีความโดดเด่นในเรื่องความยืดหยุ่นของการใช้งาน เนื่องจากรวมเอาเทคโนโลยี Picosecond และ Nanosecond ไว้ด้วยกันในเครื่องเดียว อีกทั้งยังมีถึง 4 ความยาวคลื่น (1064, 532, 595, 660 nm) ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้คลื่นที่เหมาะสมกับรอยแดง รอยดำ หรือรอยสักสีต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม เป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการรักษาปัญหาผิวของคนเอเชียที่มีความซับซ้อน

5. โปรแกรม Enlighten

โปรแกรม Enlighten ผลิตโดย Cutera จากสหรัฐอเมริกา จุดเด่นที่สำคัญคือเทคโนโลยี Dual Pulse Duration ที่สามารถปรับระยะเวลาการปล่อยลำแสงได้ทั้งในระดับ Picosecond และ Nanosecond ความสามารถนี้ช่วยให้โปรแกรม Enlighten สามารถจัดการกับเม็ดสีที่มีขนาดต่างกันได้ดี โดยเฉพาะการลบรอยสักที่มีความหนาแน่นของหมึกต่างกัน หรือการรักษาปัญหาเม็ดสีที่มีความลึกต่างระดับกันในคราวเดียว พร้อมหัว MLA ที่ช่วยเรื่องการปรับสภาพผิวให้เนียนใส

6. โปรแกรม PicoWay

จากบริษัท Candela สหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากลด้วยการปล่อย Pulse Duration ที่สั้นที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ส่งผลให้เกิดแรงกระแทกเชิงกลต่อเม็ดสีได้รุนแรงโดยไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมจนผิวไหม้ มีความยาวคลื่นให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับการลบรอยสักทุกสี รวมถึงการรักษาจุดด่างดำและหลุมสิว

โปรแกรม Pico Laser แต่ละแบบต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างของโปรแกรม Pico Laser

การทำความเข้าใจว่า โปรแกรม pico laser มีกี่แบบนั้นยังไม่พอ เราจำเป็นต้องรู้ปัจจัยทางเทคนิคที่ทำให้เครื่องแต่ละรุ่นให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันด้วย ดังนี้

ระยะเวลาการปล่อยพลังงาน

  • โปรแกรม Discovery Pico โดดเด่นด้วยช่วง Pulse Duration ที่สั้นมาก ทำให้สามารถส่งพลังงานลงไปแตกเม็ดสีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • โปรแกรม PicoSure / PicoSure Pro เป็นนวัตกรรมยุคแรกที่บุกเบิกการปล่อยพลังงานระดับ Picosecond ที่มีความเสถียรสูง มุ่งเน้นการทำลายเม็ดสีเมลานินโดยเฉพาะ
  • โปรแกรม PicoPlus มีความยืดหยุ่นสูงด้วยเทคโนโลยีที่รวมการปล่อยพลังงานทั้งระดับ Picosecond และ Nanosecond ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้แพทย์เลือกปรับระยะเวลาให้เหมาะกับขนาดเม็ดสีที่ต่างกันได้
  • โปรแกรม Enlighten ใช้เทคโนโลยี Dual Pulse Duration ที่สามารถปรับเลือกได้ทั้งช่วง Picosecond และ Nanosecond ช่วยให้การรักษารอยสักหรือเม็ดสีที่มีความลึกต่างกันทำได้อย่างละเอียด
  • โปรแกรม PicoWay มีจุดเด่นเรื่องความเร็วในการปล่อยพลังงานที่สั้นและไวมาก ช่วยให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคเล็กละเอียดที่สุดโดยใช้ความร้อนน้อยลง

ค่าพลังงาน

  • โปรแกรม Discovery Pico ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องที่มีค่าพลังงานสูงสุด (Peak Power) ในตลาด ทำให้มีแรงส่งพลังงานมหาศาลในการรักษาหลุมสิวและรอยสักที่ดื้อต่อการรักษา
  • โปรแกรม PicoSure / PicoSure Pro ใช้พลังงานที่มีความจำเพาะเจาะจงสูงต่อเม็ดสีเมลานิน แม้ค่าพลังงานจะต่างจากเครื่องอื่น แต่ให้ประสิทธิภาพการดูดซับเม็ดสีที่ดี
  • โปรแกรม PicoPlus ให้ค่าพลังงานที่ครอบคลุมและหลากหลาย สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวคนเอเชียที่มีโอกาสเกิดรอยดำได้ง่าย
  • โปรแกรม Enlighten พลังงานมีความเสถียรและแม่นยำสูง สามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวชั้นลึกได้อย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • โปรแกรม PicoWay ปล่อยพลังงานในระดับสูงด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้เกิดแรงกระแทกที่รุนแรงต่อเม็ดสีแต่มีความปลอดภัยต่อผิวหนังชั้นบนค่อนข้างมาก

ความยาวคลื่น

  • โปรแกรม Discovery Pico มีความยาวคลื่นหลัก 1064 nm และ 532 nm พร้อมออปชันเสริม 694 nm ที่เหมาะสำหรับรอยสักสีเขียวและสีฟ้าโดยเฉพาะ
  • โปรแกรม PicoSure / PicoSure Pro ใช้ความยาวคลื่นเอกสิทธิ์ 755 nm ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่เมลานินดูดซับได้ดีที่สุด เหมาะกับฝ้า กระ และรอยสักสีเขียว/น้ำเงิน
  • โปรแกรม PicoPlus มีความยาวคลื่นให้เลือกถึง 4 ระดับ คือ 1064 nm, 532 nm, 595 nm และ 660 nm ครอบคลุมการรักษาปัญหาเม็ดสีและรอยแดงในเครื่องเดียว
  • โปรแกรม Enlighten ใช้ 2 ความยาวคลื่นหลักคือ 1064 nm และ 532 nm และในบางรุ่นอาจเพิ่มช่วง 670 nm เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลบรอยสักสีสันหลากหลาย
  • โปรแกรม PicoWay มีทางเลือกความยาวคลื่นที่หลากหลายที่สุด เช่น 1064 nm, 532 nm, 785 nm และ 730 nm ทำให้ลบรอยสักได้เกือบทุกสี ตั้งแต่สีดำไปจนถึงสีส้มและเหลือง

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรม Pico Laser แต่ละแบบ

ยี่ห้อเครื่อง ความยาวคลื่น จุดเด่นที่สุด เหมาะกับปัญหาผิว
Discovery Pico 1064, 532 nm บางรุ่นเสริม 694 nm (Ruby) พลังงานสูงสุด (Peak Power) หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง, รอยสักเข้ม
PicoSure Pro 755 nm จำเพาะต่อเมลานินสูง ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ, งานผิวใส
PicoWay 1064 nm, 532 nm, 785 nm, 730 nm Pulse Duration สั้นมาก ลบรอยสักทุกสี, รอยดำ, งานผิว
PicoPlus 1064 nm, 532 nm, 660 nm, 595 nm ครอบคลุมรอยดำและรอยแดง ปัญหาผิวผสม, รอยสิว, ฝ้าในคนเอเชีย
Enlighten 1064, 532 nm บางรุ่นเสริม 670 nm ปรับช่วงเวลาพัลส์ได้แม่นยำ รอยสักหนาแน่น, เม็ดสีดื้อยา

โปรแกรม Pico Laser มีโหมดอะไรบ้าง ?

โหมดโปรแกรม Pico Laser

  • Pico Toning โหมดมาตรฐานที่ยิงกระจายทั่วหน้าเพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ
  • Pico Zoom การยิงเน้นเฉพาะจุดด้วยพลังงานสูง เพื่อทำลายกลุ่มเม็ดสีเข้ม เช่น กระแดด หรือปาน
  • Pico Fractional การใช้เลนส์พิเศษเพื่อสร้างโพรงอากาศใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะสำหรับหลุมสิวและริ้วรอย
  • Pico Tattoo โหมดเฉพาะสำหรับการลบรอยสัก โดยปรับพลังงานตามสีและขนาดของหมึก

สรุปบทความ

เมื่อเราทราบแล้วว่าโปรแกรม pico laser มีกี่แบบ ซึ่งแต่มีเครื่องมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนที่จะเลือกทำโปรแกรม Pico Laser ควรทำความเข้าใจปัญหาผิวของตัวเองก่อน เพื่อเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของเราที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การทำเลเซอร์ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัย

รวมคำถามที่พบได้บ่อย

ทำโปรแกรมทำ Pico Laser ราคาเท่าไหร่

โดยเฉลี่ยแล้ว โปรแกรม pico laser มีกี่แบบ ราคาก็มักจะใกล้เคียงกันคือเริ่มต้นประมาณ 5,000 – 15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องที่ใช้ บริเวณที่ทำ และแพทย์ผู้ทำหัตถการ การซื้อเป็นคอร์สต่อเนื่องมักจะให้ความคุ้มค่ามากกว่า

Pico Toning กับ Pico Bright ต่างกันยังไง

โหมด Pico Toning กับ Pico Bright จริง ๆ แล้วเน้นความกระจ่างใสเหมือนกัน แต่ Pico Toning คือโหมดพื้นฐานที่เน้นการปรับสีผิว ส่วน Pico Bright มักเป็นชื่อทางการตลาดที่บางคลินิกใช้เรียกโหมดที่เน้นการทำให้ผิวดูใสฉ่ำวาว Glass Skin มากขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการใช้หัว Fractional พลังงานต่ำร่วมด้วย

โปรแกรม Pico Laser ทำกี่ครั้งเห็นผล

เราจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของความใสและรอยดำที่จางลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่สำหรับการรักษาที่เห็นผลชัดเจน เช่น การรักษาหลุมสิวหรือฝ้ากระที่ฝังลึก แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนอย่างสมบูรณ์

แชร์บทความนี้

บทความแนะนำ