ปัญหาสิวอักเสบที่ขึ้นซ้ำ ๆ ที่เดิม ไม่ยอมหายสักที นอกจากจะรู้สึกเจ็บแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง หรือพยายามบีบแกะเอง อาจทิ้งรอยดำ รอยแดงจากสิว และหลุมสิวที่ทำลายผิวหน้าเนียนใสของเราได้ การทำความเข้าใจว่าต้นตอของสิวคืออะไร และสิวอักเสบรักษายังไงให้ถูกวิธี จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยหยุดวงจรสิวนี้ ไม่ให้กลับมากวนใจเราได้อีก เพื่อคืนผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลาและสุขภาพดีกลับมา
สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) คืออะไร? ต่างจากสิวอุดตันอย่างไร
สิวอักเสบ คือสิวที่มีลักษณะบวมแดง กดแล้วรู้สึกเจ็บ หรือมีหนองอยู่ภายใน เกิดจากการที่รูขุมขนของเรามีการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวเก่า จนเกิดเป็นสิวอุดตัน (Comedone) ก่อน แล้วต่อมาเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes (Cutibacterium acnes) แทรกซ้อน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองด้วยการส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับเชื้อโรค จนเกิดกระบวนการอักเสบ บวม แดง ร้อนขึ้นมา ซึ่งต่างจากสิวอุดตันทั่วไปตรงที่สิวอุดตันจะไม่มีอาการเจ็บหรือบวมแดง หากเราเข้าใจกลไกนี้ เราจะเริ่มมองเห็นภาพว่าสิวอักเสบรักษายังไง โดยต้องจัดการทั้งเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบควบคู่กันไป
รู้ทันสาเหตุ! สิวอักเสบเกิดจากอะไร ทำไมถึงขึ้นไม่หยุด

สิวอักเสบรักษายังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราจำเป็นต้องรู้สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดสิวก่อน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีทั้งเรื่องของระบบภายในร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
ฮอร์โมน
ฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักผิดปกติ โดยเฉพาะฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (Androgen) ที่มักจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น ช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ เมื่อน้ำมันถูกผลิตออกมามากเกินความจำเป็น ก็จะไปผสมรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกจนเกิดการอุดตันในรูขุมขน กลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย จนนำไปสู่การอักเสบ
กรรมพันธุ์
พันธุกรรมเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น และมีผลอย่างมากต่อสภาพผิวของเรา หากพ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวอักเสบรุนแรง หรือมีสภาพผิวมัน รูขุมขนกว้าง เราก็มีแนวโน้มที่จะเผชิญปัญหานี้เช่นกัน กรรมพันธุ์กำหนดขนาดของต่อมไขมันและการตอบสนองของผิวต่อการอักเสบ ทำให้บางคนเป็นสิวง่ายกว่าคนอื่นแม้จะดูแลความสะอาดดีแล้วก็ตาม การเข้าใจปัจจัยนี้จะช่วยให้เราไม่โทษตัวเองและหันมาโฟกัสที่การหาคำตอบว่าสิวอักเสบรักษายังไง ด้วยวิธีทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวเฉพาะบุคคลแทน
ความเครียด
ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อร่างกายด้วยการกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาบนผิวหน้ามากกว่าปกติ นอกจากนี้ ความเครียดยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ทำให้การต่อสู้กับแบคทีเรียสิวไม่มีประสิทธิภาพ ผิวจึงเกิดการอักเสบได้ง่ายและหายช้าลง
การล้างหน้า
การล้างหน้าช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้ แต่หลายคนเข้าใจว่าการล้างหน้าบ่อย ๆ จะช่วยลดความมันและสิวได้ ความจริงแล้วการล้างหน้ามากเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรง จะไปทำลายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำให้ผิวแห้งตึงและระคายเคือง ร่างกายจึงยิ่งผลิตน้ำมันออกมาชดเชยมากขึ้น กลายเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบหนักกว่าเดิม
เครื่องสำอางอุดตัน
เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เราใช้ อาจกลายเป็นศัตรูตัวร้ายของผิวได้หากเลือกไม่ถูกวิธี สารเคมีบางชนิดในรองพื้น แป้ง หรือครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน หรือสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Comedogenic) จะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนสะสมวันละเล็กละน้อย จนกลายเป็นสิวอุดตันและพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในที่สุด ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic เพื่อลดการอักเสบ
มลภาวะ
ในยุคปัจจุบันฝุ่นละออง PM 2.5 ควันรถ และสิ่งสกปรกในอากาศ เป็นปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงได้ยาก อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขน ก่อให้เกิดการระคายเคืองและปฏิกิริยาออกซิเดชันบนผิว ทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการอุดตันได้ง่ายขึ้น เมื่อรวมกับเหงื่อและความมันบนใบหน้า จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียชั้นดี ดังนั้นการปกป้องผิวและทำความสะอาดสิ่งตกค้างเหล่านี้ให้หมดจด จึงเป็นขั้นตอนจำเป็นในการลดสิวอักเสบ ช่วยให้ผิวสะอาด
เช็กระดับความรุนแรง สิวอักเสบมีกี่ชนิด? แบบไหนต้องรีบหาหมอ
- สิวตุ่มแดง (Papule) เป็นตุ่มนูนสีแดงขนาดเล็ก กดแล้วเจ็บนิด ๆ ยังไม่มีหัวหนอง เกิดจากการอักเสบในระยะเริ่มต้น
- สิวหัวหนอง (Pustule) พัฒนามาจากตุ่มแดง โดยมีหนองสีขาวหรือเหลืองอยู่ตรงกลาง เกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวตายหลังต่อสู้กับเชื้อโรค
- สิวอักเสบแดงก้อนลึก (Nodule) เป็นก้อนแข็งสีแดงขนาดใหญ่ฝังลึกใต้ผิวหนัง เจ็บมาก เกิดการอักเสบระดับลึกและรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น
- สิวซีสต์ (Cyst) เป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่ ภายในมีหนองและเลือดปนเหลว ๆ นิ่ม ๆ เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด ทำลายโครงสร้างผิว และทิ้งหลุมสิวได้ง่าย หากเป็นชนิดนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาทางออกว่าสิวอักเสบรักษายังไง
ตำแหน่งสิวบอกโรค สิวอักเสบขึ้นซ้ำที่เดิม บอกอะไรได้บ้าง?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมสิวชอบขึ้นที่เดิมซ้ำ ๆ การสังเกตตำแหน่งสิวอาจช่วยให้เราไขคำตอบได้ว่าสิวอักเสบรักษายังไง โดยการแก้ที่พฤติกรรมหรือปัจจัยเสี่ยงเฉพาะจุด
- สิวที่คางและรอบปาก มักเกิดจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงมีประจำเดือน หรืออาจเกิดจากการแพ้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การแพ้ลิปสติก หรือพฤติกรรมชอบเอามือเท้าคาง
- สิวที่แก้ม ส่วนใหญ่เกิดจากความสกปรกที่สัมผัสผิวหน้าโดยไม่รู้ตัว เช่น ปลอกหมอนที่ไม่ได้ซัก หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีเชื้อโรคสะสม หรือการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานานจนเกิดความอับชื้น
- สิวที่หน้าผาก อาจเกิดจากการแพ้ยาสระผม ครีมนวดผม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่ไหลลงมาโดนหน้าผาก รวมถึงปัญหาสุขภาพอย่างความเครียดสะสม และระบบการย่อยอาหารที่ไม่ปกติ
รวมวิธีรักษาสิวอักเสบ ให้ยุบไว ไม่ทิ้งหลุมสิว

เมื่อวิเคราะห์สาเหตุและชนิดของสิวได้แล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการลงมือรักษา ซึ่งสิวอักเสบรักษายังไงนั้นมีหลายวิธีผสมผสานกัน ตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์
การใช้ยาทาและยาทาน
วิธีรักษาสิวอักเสบขั้นพื้นฐานคือ การใช้ยา ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ซึ่งมีทั้งยาทาภายนอกมักมีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Clindamycin ที่ลดการอักเสบ หรือกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoids) ที่ช่วยลดการอุดตันและผลัดเซลล์ผิว และส่วนยาสำหรับรับประทาน ที่จะใช้ในกรณีที่เป็นสิวรุนแรง เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ หรือยาลดฮอร์โมน ยาลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามซื้อยารับประทานเองเด็ดขาดเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้
การฉีดสิวและกดสิวอย่างถูกวิธี
สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่ต้องการให้ยุบเร็ว การฉีดสิวด้วยยาสเตียรอยด์เจือจางโดยแพทย์ เป็นการรักษาสิวอักเสบที่ช่วยลดการบวมแดงได้ในข้ามคืน แต่ต้องทำด้วยปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันรอยบุ๋ม ส่วนการกดสิว จะช่วยป้องกันไม่ให้พัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ หรือกดหนองออกจากสิวหัวหนองที่สุกแล้ว การกดสิวที่ถูกวิธีโดยผู้จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบซ้ำซาก และลดความเสี่ยงของการเกิดหลุมสิวจากการบีบเอง
โปรแกรมฉายแสงและเลเซอร์ลดสิว
การฉายแสงบำบัด (Light Therapy) เช่น แสงสีฟ้า จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ต้นเหตุของสิว ส่วนเลเซอร์บางชนิดช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดรอยแดงจากการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อป้องกันหลุมสิว วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวเรื้อรัง ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้แข็งแรงขึ้นไปพร้อม ๆ กับการรักษาสิว
โปรแกรมรักษาสิวอักเสบที่ The Loft Clinic ออกแบบจัดการสิวตั้งแต่ต้นตอ ลดการเกิดสิวซ้ำซาก
สิวอักเสบรักษายังไงให้จบปัญหาแบบไม่เลี้ยงไข้ ที่ The Loft Clinic เราเข้าใจดีว่าปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวเรื้อรัง คือสิ่งที่ทำลายความมั่นใจ การพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองแบบผิด ๆ เช่น การใช้ครีมตามกระแส หรือการบีบเค้นสิว อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง จนเกิดรอยแผลเป็นถาวร The Loft Clinic จึงได้ออกแบบ Program Acne Clear ขึ้นมาเพื่อดูแลผิวหน้าแบบครบวงจร โดยเน้นการจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นตอ ด้วยการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดโดยแพทย์ ผสานเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เข้ากับการบำรุงผิวเพื่อลดการระคายเคือง เพื่อคืนความเรียบเนียน กระจ่างใส และหยุดวงจรสิวซ้ำซากอย่างยั่งยืน
สรุปบทความ
สิวอักเสบรักษายังไง ไม่ใช่เพียงการทายาแล้วจบไป แต่คือการทำความเข้าใจสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน ความเครียด หรือพฤติกรรมการดูแลผิว เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ หากเราต้องการแก้ไขปัญหาสิวตั้งแต่ต้นตอ ที่ The Loft Clinic ได้ออกแบบ Program Acne Clear ที่ช่วยกู้คืนผิวหน้าใส ไร้สิว และความมั่นใจของเราให้กลับคืนมาอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวอักเสบ (FAQ)
สิวอักเสบ บีบเองได้ไหม? จะทำให้เป็นหลุมสิวจริงหรือ?
ห้ามบีบสิวอักเสบเองเด็ดขาด เพราะการบีบที่ไม่ถูกวิธีจะทำให้ผนังรูขุมขนใต้ผิวหนังแตกออก เชื้อแบคทีเรียและหนองจะกระจายตัวไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้สิวอักเสบลุกลาม วงกว้างขึ้น และทำลายคอลลาเจนจนเกิดเป็นหลุมสิวลึกที่รักษายาก
เป็นสิวอักเสบ ห้ามกินอะไรบ้าง?
อาหารมีผลต่อการกระตุ้นสิว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขนมหวาน ของมัน ของทอด และผลิตภัณฑ์จากนมวัว เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นอินซูลินในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นและกระตุ้นการอักเสบของผิวได้
สิวอักเสบใช้เวลารักษานานแค่ไหนกว่าจะหายเกลี้ยง?
ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว โดยทั่วไปจะเห็นผลชัดเจนใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ เพื่อให้สิวเก่าแห้งยุบและป้องกันสิวใหม่ และอาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ในการรักษาต่อเนื่องเพื่อเคลียร์สิวให้หมดเกลี้ยงและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ทั้งนี้ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอในการรักษา