ใบหน้าที่สมดุลเป็นพื้นฐานใบหน้าที่งดงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใบหน้าของมนุษย์เราไม่ได้มีความสมมาตรกันแบบ 100% เสมอไป หากความแตกต่างนั้นมีมากเกินไปจนสังเกตได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคิ้วสูงต่ำไม่เท่ากัน ตาเล็กใหญ่ต่างกัน มุมปากเบี้ยว หรือแก้มสองข้างที่มีขนาดต่างกัน ปัญหาหน้าไม่เท่ากันเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปที่ต้องคอยหามุมหลบ การแต่งหน้าที่ยากกว่าปกติ หรือแม้แต่ความกังวลเวลาต้องพบปะผู้คน การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีทำให้หน้าเท่ากันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกู้คืนความมั่นใจและปรับบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น
เช็กด่วน! หน้าไม่เท่ากันดูยังไง? แบบไหนที่ควรแก้ไข
ก่อนที่จะเริ่มหาวิธีทำให้หน้าเท่ากัน เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาหน้าไม่เท่ากัน ที่เรากังวลนั้นอยู่ในระดับปกติหรือเป็นปัญหาที่ควรแก้ไข วิธีการเช็กง่ายที่สุดคือการถ่ายรูปหน้าตรงโดยเปิดโหมดเส้นตาราง (Grid) ในกล้องโทรศัพท์ หรือมองกระจกแล้วลากเส้นสมมติกึ่งกลางใบหน้า จากนั้นสังเกตเปรียบเทียบอวัยวะทั้งสองฝั่ง เช่น ระดับของคิ้ว หางตา โหนกแก้ม ปีกจมูก และมุมปาก หากมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากพบว่าแก้มข้างหนึ่งตอบกว่าอีกข้างชัดเจน กรามใหญ่ไม่เท่ากันจนหน้าเบี้ยว หรือคางเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนเสียสมดุล สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณว่าเราควรเริ่มหาวิธีแก้ไข เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูดีขึ้น
สาเหตุหน้าไม่เท่ากันเกิดจากอะไรได้บ้าง?

การจะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เราจำเป็นต้องรู้ต้นตอที่แท้ว่าปัญหาหน้าไม่เท่ากันเกิดจากอะไร เพราะแต่ละสาเหตุย่อมมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันไป ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
ปัญหาโครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม
สาเหตุที่แก้ไขได้ยากที่สุดและมักเป็นปัญหาหน้าไม่เท่ากันคือเรื่องของโครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม ซึ่งเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่หรือเป็นความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกกะโหลกศีรษะ ขากรรไกร และโหนกแก้มตั้งแต่กำเนิด เช่น ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ หรือกระดูกขากรรไกรเบี้ยวเอียง ทำให้ใบหน้าทั้งสองซีกไม่สมมาตร ในกรณีที่กระดูกมีความแตกต่างกันมาก วิธีทำให้หน้าเท่ากันอาจจำเป็นต้องพึ่งพาการศัลยกรรมผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างกระดูกโดยตรง แต่หากเป็นเพียงเล็กน้อยก็อาจใช้วิธีการปรับแต่งเนื้อเยื่ออ่อนด้านบนเพื่อพรางตาได้
กล้ามเนื้อกรามทำงานไม่เท่ากัน
หนึ่งในสาเหตุหน้าไม่เท่ากัน คือการทำงานของกล้ามเนื้อกรามไม่สมดุล ซึ่งมักเกิดจากความเคยชินในการเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อข้างที่ใช้งานหนักเกิดการขยายตัวใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น จนแก้มข้างนั้นดูป่องและกรามดูใหญ่กว่าอีกข้าง ในขณะที่ข้างที่ไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อจะเล็กและฝ่อลง ผลลัพธ์คือใบหน้าดูเบี้ยวเอียงอย่างเห็นได้ชัด
ไขมันสะสมและความหย่อนคล้อยของผิว
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังจะเริ่มเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยที่ไม่เท่ากันในแต่ละซีกหน้า ประกอบกับการสะสมของไขมันบริเวณแก้มที่อาจมีปริมาณไม่เท่ากัน หรือมีการเคลื่อนตัวของชั้นไขมันตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงในอัตราที่ต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาหน้าไม่เท่ากัน ในลักษณะของแก้มห้อยย้อย ร่องแก้มลึกไม่เท่ากัน หรือกรอบหน้าไม่ชัด ซึ่งวิธีทำให้หน้าเท่ากันต้องเน้นการยกกระชับและสลายไขมันส่วนเกินออกไป
ปัญหาทางทันตกรรมและการจัดฟัน
สุขภาพช่องปากสามารถส่งผลต่อรูปหน้าได้ การสูญเสียฟันแท้โดยไม่ใส่ฟันปลอมทดแทนจะทำให้กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นยุบตัวลง ส่งผลให้แก้มตอบและหน้าเบี้ยวได้ นอกจากนี้ ปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น ฟันสบคร่อม หรือขากรรไกรยื่น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงสร้างหน้าไม่เท่ากัน บางครั้งระหว่างการจัดฟัน รูปหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวทำให้ดูไม่สมดุล แต่เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นและฟันเรียงตัวสวยงาม รูปหน้ามักจะกลับมาสมส่วนขึ้น ดังนั้นการปรึกษาทันตแพทย์จึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ
รวมวิธีทำให้หน้าเท่ากัน ปรับรูปหน้าให้สมดุล โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามก้าวหน้าไปมาก ทำให้เรามีทางเลือกในการจัดการกับปัญหา หน้าไม่เท่ากัน ได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดพักฟื้นนานเหมือนในอดีต ซึ่งแพทย์จะประเมินสาเหตุและเลือกวิธีทำให้หน้าเท่ากันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
โปรแกรมโบท็อก
การใช้โปรแกรมโบท็อกแก้ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ไม่เท่ากัน เนื่องจากกล้ามเนื้อ โดยแพทย์จะฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เข้าไปคลายกล้ามเนื้อกรามข้างที่ใหญ่กว่าให้ทำงานน้อยลงและมีขนาดเล็กลง เพื่อปรับให้ใกล้เคียงกับอีกข้าง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิคโบท็อกลิฟต์กรอบหน้าเพื่อยกกระชับแก้มข้างที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตกหรือมุมปากตกที่ไม่เท่ากันได้อีกด้วย ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าที่ดูสมมาตรและเรียวสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฟิลเลอร์
สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าไม่เท่ากันจากสาเหตุกระดูกยุบตัว หรือไขมันฝ่อตัวลงจนแก้มตอบไม่เท่ากัน โปรแกรมฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็ม การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) เข้าไปในจุดที่หายไป เช่น ขมับ แก้มส้ม ร่องแก้ม หรือคาง จะช่วยเติมเต็มมิติของใบหน้าให้กลับมาสมดุล อีกทั้งยังสามารถใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ในการปรับแต่งรูปคางที่เบี้ยวเอียงเล็กน้อยให้ดูตรงขึ้นได้ ซึ่งเป็นวิธีทำให้หน้าเท่ากันที่เห็นผลทันทีหลังทำและไม่ต้องพักฟื้น
โปรแกรมร้อยไหม
หากสาเหตุหน้าไม่เท่ากันเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละข้าง โปรแกรมร้อยไหมจะเข้ามาช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อและไขมันที่ตกลงมาให้ยกขึ้นกลับสู่ตำแหน่งเดิม ซึ่งสามารถดีไซน์แรงดึงในแต่ละข้างให้แตกต่างกัน เพื่อปรับระดับความสูงของแก้มและกรอบหน้าให้เท่ากันได้ นอกจากจะช่วยเรื่องความสมดุลแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวหน้ากระชับขึ้นในระยะยาว
โปรแกรมเมโสแฟต
ในกรณีที่แก้มสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน เนื่องจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน โปรแกรมเมโสแฟตจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการสลายไขมันเฉพาะจุด แพทย์จะฉีดตัวยาที่มีฤทธิ์ในการเผาผลาญและลดขนาดเซลล์ไขมันเข้าไปยังบริเวณแก้มข้างที่ใหญ่กว่า เพื่อลดปริมาตรของแก้มให้เล็กลงจนใกล้เคียงกับอีกข้าง ถือเป็นวิธีทำให้หน้าเท่ากันที่เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มป่องข้างเดียว หรือมีเหนียงสะสมไม่เท่ากัน ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนและดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น
The Loft Clinic แนะนำการปรับพฤติกรรม เทคนิคดูแลตัวเองป้องกันหน้าเบี้ยว
นอกจากการหัตถการทางการแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาผลลัพธ์และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหน้าไม่เท่ากันซ้ำอีก ทาง The Loft Clinic แนะนำให้เราเริ่มจากการฝึกเคี้ยวอาหารสลับกันทั้งสองข้างให้สมดุล หลีกเลี่ยงการนอนกัดฟัน หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับหน้าข้างเดิมซ้ำ ๆ หรือนอนคว่ำหน้า เพราะจะทำให้โครงสร้างหน้าถูกกดทับและเกิดริ้วรอยข้างเดียว รวมถึงเลี่ยงการนั่งเท้าคางเป็นประจำ การปรับเปลี่ยนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เป็นวิธีทำให้หน้าเท่ากันแบบยั่งยืนที่สุด
แก้ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน ที่ไหนดี? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
การแก้ไขรูปหน้าต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและศิลปะในการออกแบบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติ เราควรพิจารณาเลือกคลินิกดังนี้
- แพทย์เข้าใจปัญหา แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพและเข้าใจสาเหตุของปัญหา วิเคราะห์โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อได้อย่างแม่นยำ เพื่อเลือกเทคโนโลยีในการปรับรูปหน้าได้อย่างเหมาะสม
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบได้ว่าโปรแกรมโบท็อก โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือไหมที่ใช้ เป็นของที่ผ่านมาตรฐาน อย. สามารถขอดูผลิตภัณฑ์ก่อนทำหัตถการได้
- สถานพยาบาลได้มาตรฐาน คลินิกต้องสะอาด มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง เครื่องมือทันสมัยและปลอดเชื้อ
- รีวิวที่น่าเชื่อถือ มีภาพรีวิวเปรียบเทียบก่อน-หลังทำที่ชัดเจน จากลูกค้าที่ใช้บริการจริง ไม่มีการแต่งภาพจนเกินจริง
- การบริการและการติดตามผล มีการให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ยัดเยียดขาย และมีการนัดติดตามผลหลังทำเพื่อดูความเรียบร้อย
สรุปบทความ
ปัญหาหน้าไม่เท่ากันเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งโครงสร้างกระดูก พันธุกรรม การทำงานของกล้ามเนื้อ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แม้จะเป็นเรื่องปกติที่ใบหน้าคนเราจะไม่สมมาตรกัน 100% แต่หากปัญหานั้นรบกวนความมั่นใจ เราก็สามารถเลือกวิธีทำให้หน้าเท่ากันที่เหมาะสมกับตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมโบท็อก โปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมร้อยไหม หรือโปรแกรมเมโสแฟต สิ่งสำคัญคือการเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด เพื่อให้เรากลับมามีใบหน้าที่สมส่วน มั่นใจ และมีความสุขกับตัวเองอีกครั้ง
สำหรับใครที่มีปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันสามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ The Loft Clinic แพทย์จะทำการประเมิน และให้คำแนะนำที่เหมาะสม สามารถนัดคิวปรึกษาคุณหมอได้เลยที่ โทร. 098-236-2429
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปัญหาหน้าไม่เท่ากัน
ออกกำลังกายใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาหน้าไม่เท่ากันได้จริงไหม?
การบริหารใบหน้าอาจช่วยกระชับกล้ามเนื้อได้บ้างเล็กน้อยในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหน้าไม่เท่ากันที่เกิดจากโครงสร้างกระดูก หรือกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่มากได้ หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน การใช้หัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วยจะเห็นผลดีกว่า
ถ้าหน้าไม่เท่ากันจากกระดูก ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยหรือไม่?
ไม่เสมอไป หากโครงสร้างกระดูกไม่ได้ผิดปกติรุนแรงมาก เราสามารถใช้วิธีทำให้หน้าเท่ากันด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มและพรางจุดที่บกพร่อง หรือใช้โบท็อกลดกล้ามเนื้อเพื่อปรับมิติของใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้นได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดใหญ่
ฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์แก้หน้าไม่เท่ากัน อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและยี่ห้อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรมโบท็อกจะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน